📝 การค้นคว้าอิสระ
ป.โท
ภายในสถาบัน
ปี 2568
การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด โดยกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านและการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
The Development of Thai Language Learning Activity Packages on Final Consonant Clusters Through Inquiry-Based Learning Process to Enhance Reading and Writing Skillsfor Grade 3 Students
นางสาวเมทินี จันน้อย
ดร.กรรณิการ์ ทองรักษ์
หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต/สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
12 ครั้ง
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (Inquiry-Based Learning) เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านและการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยดำเนินการวิจัยและพัฒนา (R&D) 2 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม และ (2) การทดลองใช้ชุดกิจกรรมและศึกษาผลการเรียนรู้ของนักเรียนในขั้นตอนแรก. ผู้วิจัยได้ออกแบบชุดกิจกรรมการเรียนรู้จำนวน 5 ชุด ตามขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะ ประกอบด้วย 1) ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 2) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) และ 5) ขั้นประเมิน (Evaluation) จากนั้นให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 คน ตรวจสอบความเหมาะสมของกิจกรรม และนำไปทดลองใช้เบื้องต้นกับนักเรียนจำนวน 3 และ 9 คน เพื่อปรับปรุงด้านภาษา เนื้อหา และระยะเวลา ก่อนนำไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง 30 คน เพื่อหาค่าประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมตามเกณฑ์ 80/80 .เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด แบบประเมินความเหมาะสมของชุดกิจกรรม แบบวัดความสามารถในการอ่านและการเขียน และแบบประเมินความพึงพอใจ. วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ร้อยละ (Percentage) และการทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test Dependent) .ในขั้นตอนที่สอง ผู้วิจัยดำเนินการทดลองใช้ชุดกิจกรรมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนในสังกัด โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) จำนวน 30 คน และวิเคราะห์ผลการเปลี่ยนแปลงของความสามารถในการอ่านและเขียนก่อนและหลังเรียน.
ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.28, S.D. = 0.71) และมีประสิทธิภาพ 85.27/84.67 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (80/80) 2) นักเรียนมีความสามารถในการอ่านและการเขียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.79, S.D. = 0.44)
จากผลการศึกษาดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องมาตราตัวสะกด โดยกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะ เป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถเสริมสร้างความสามารถในการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้อย่างมีประสิทธิผล