📄 วิทยานิพนธ์ ปริญญาโท เข้าถึงได้สาธารณะ ปีการศึกษา 2565

การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหา ของโพลยา เรื่อง ฟังก์ชันเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5

The Development of a set Mathematics Learning Activities Based on Polya's Problem-Solving Method on the topic of Functions to Enhance Mathematics Achievement for Grade 11 Students
ผู้วิจัย
นางสาวสุภัทริดา วุ่นพ่วง
อาจารย์ที่ปรึกษา
ดร.กรรณิการ์ ทองรักษ์
หลักสูตร / สาขา
บริการหารศึกษา
คณะ
ศึกษาศาสตร์
82 ครั้ง 25 ครั้ง เผยแพร่ 31 มีนาคม 2026
ดาวน์โหลดเอกสาร
ฉบับเต็ม (PDF)
วิทยานิพนธ์รวมทั้งเล่ม
บทคัดย่อ (ภาษาไทย)
การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องฟังก์ชัน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องฟังก์ชัน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีผลต่อการเรียนรู้โดยชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องฟังก์ชัน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 วิธีดำเนินการวิจัยมี 3 ขั้นตอน คือ 1) การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องฟังก์ชัน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตามเกณฑ์ 75/75 โดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และทดลองนำร่องโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างจำนวน 27 คน 2) การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องฟังก์ชัน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนบ้านแม่อุสุวิทยา จังหวัดตาก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 จำนวน 27 คน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีผลต่อการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องฟังก์ชัน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า 1) การสร้างและหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องฟังก์ชัน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพระหว่างเรียน/หลังเรียนเท่ากับ 79.79/81.48 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 75/75 2) การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องฟังก์ชัน พบว่าค่าเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 10.00 คะแนน และค่าเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 23.41 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหาของโพลยา เรื่องฟังก์ชัน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยมีค่าเฉลี่ย (X̄) เท่ากับ 4.29 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.18 อยู่ในระดับมาก
Abstract (English)
The purpose of this independent study was: 1) to develop and evaluate the effectiveness of a set of mathematics learning activities based on Polya's problem-solving method, focusing on functions, to enhance the mathematics achievement of Grade 11 students according to the 75/75 standard; 2) to compare the mathematics achievement before and after learning of students who participated in these activities; and 3) to investigate the students' satisfaction with the activities. The research methodology consisted of three stages: 1) development and assessment of the effectiveness of the learning activities according to the 75/75 standard by five experts, followed by a tryout using the set of mathematics learning activities and achievement test implementation with 27 non-sample Grade 11 students; 2) implementation of the learning activities with 27 Grade 11 students at Ban Mae Usu School, under Tak Primary Educational Service Area Office 2, Tak province; and 3) investigation of the satisfaction of students that influenced learning by using a set of mathematics learning activities based on Polya's problem-solving method on the topic of functions, aiming to improve academic performance in mathematics for Grade 11 students. The research results found that: 1) the development and effectiveness of a set of mathematics learning activities based on Polya's problem-solving method on the topic of functions, aiming to improve academic performance in mathematics for Grade 11 students, was effective during and after the study with scores of 79.79 and 81.48, respectively, which are higher than the established criteria of 75/75; 2) the use of mathematics learning activities based on Polya's problem-solving method on the topic of functions found that the average score before the study was 10.00 points, while the average score after the study was 23.41 points. When comparing the scores before and after the study, it was found that the scores after the study were significantly higher than before at a statistical significance level of 0.05; and 3) students were highly satisfied with the mathematics learning activities, with an average satisfaction score of 4.29 and a standard deviation of 0.18.
คำสำคัญ / Keywords
การอ้างอิง / Citation (APA 7)
ภาษาไทย:
สุภัทริดา วุ่นพ่วง. (2565). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามกระบวนการแก้ปัญหา ของโพลยา เรื่อง ฟังก์ชันเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา คณิตศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 [วิทยานิพนธ์]. วิทยาลัยนอร์ทเทิร์น.
English:
Suphattarida, V. (2022). The Development of a set Mathematics Learning Activities Based on Polya's Problem-Solving Method on the topic of Functions to Enhance Mathematics Achievement for Grade 11 Students [Master's thesis]. Northern College.